เป็นภาวะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติพบได้ในผู้ชายและในสุนัขเท่านั้น สำหรับสุนัขจะพบในเพศผู้ที่ยังไม่ได้ทำหมัน โดยพบว่า 80% ของสุนัขที่ยังไม่ได้ทำหมันที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไปจะเป็นโรคนี้ อาการที่พบในสุนัข ได้แก่ ท้องผูก มีเลือดปนในน้ำปัสสาวะและน้ำอสุจิ และโรคนี้อาจเป็นสาเหตุโน้มนำทำให้เกิดการอักเสบของต่อมลูกหมากหรือกระเพาะปัสสาวะได้
การตรวจวินิจฉัยโรค
สุนัขที่สงสัยภาวะโรคต่อมลูกหมากโตทำได้โดย
1.การซักประวัติ การทำหมัน อายุ และอาการ
2.การล้วงตรวจทางทวารหนัก ต่อมลูกหมากจะมี ขนาดใหญ่กว่าปกติถึง 2-6.5 เท่า
3.ภาพทางรังสีบริเวณช่องท้อง (ไม่นิยม)
4.การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง เพื่อดูลักษณะเนื้อเยื่อภายในต่อมลูกหมาก ขนาด และคำนวณปริมาตรของต่อม
5.การเพาะเชื้อน้ำปัสสาวะ หรือน้ำอสุจิ
6.การตรวจคุณภาพน้ำเชื้อและการเซลล์วิทยาจาก น้ำอสุจิ
อาการ
อาการที่พบในสุนัข ได้แก่ ท้องผูก มีเลือดปนในน้ำปัสสาวะและน้ำอสุจิ และ โรคนี้อาจเป็นสาเหตุโน้มนำทำให้เกิดการอักเสบของต่อมลูกหมากหรือกระเพาะปัสสาวะได้
การรักษา
โรคต่อมลูกหมากโตในสุนัขแบ่งออกได้เป็น 2 วิธี คือ
1. การทำหมันหรือการรักษาทางยา การทำหมันโดยการนำอัณฑะออกในสุนัขที่เป็นโรคนี้เป็นการรักษาที่ดีอย่างถาวร แต่ในสุนัขบางตัวอาจมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถทำหมันได้ เช่น สุนัขที่มีอายุมาก สุนัขที่มีความเสี่ยงในการวางยาสลบ เช่น สุนัขที่เป็นโรคหัวใจ โรคตับ และโรคไตวาย สุนัขที่เจ้าของไม่ต้องการให้เข้ารับการผ่าตัดทำหมัน สุนัขพ่อพันธุ์ที่เจ้าของยังอยากได้ลูกสุนัข
2. การรักษาภาวะต่อมลูกหมากอักเสบด้วยยาปฏิชีวนะ สุนัขที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตร่วมกับต่อมลูกหมากอักเสบแบบมีถุงหนอง ซึ่งสุนัขกลุ่มดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการรักษาภาวะต่อมลูกหมากอักเสบด้วยยาปฏิชีวนะในระยะแรกให้ดีขึ้น ก่อนที่จะผ่าตัดทำหมัน การรักษาทางยาจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับสุนัขกลุ่มดังกล่าว โดยยาที่นิยมใช้รักษามากที่สุด ได้แก่ Finesteride ยากลุ่มนี้จะลดระดับ DHT ทำให้ต่อมลูกหมากลดขนาดลง
สพ.ญ. ชื่นสุมน ลิ้มมานนท์
เรียบเรียง
|